• 21 กุมภาพันธ์ 2017 at 11:00
  • 629
  • 0
ภาครับเหมาเร่งตั้งสถาบันก่อสร้าง

นายพลพัฒ กรรณสูต นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  เปิดเผยว่าหลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 496 ล้านบาท เพื่อให้จัดตั้งสถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทยนั้นจะทำให้อุตสาหกรรมการก่อสร้างไทยก้าวไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น เนื่องจากจะมีหน่วยงานเฉพาะทางและเป็นกลางขึ้นมารับผิดชอบ 

“อุตสาหกรรมก่อสร้างไทยไม่เคยมีหน่วยงานที่เป็นกลางจริงๆ เข้ามาดูแล โดยเราจะไปอิงอยู่กับสถาบันอย่างเช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หรือ สภาวิศวกร แต่ยังไม่มีหน่วยงานที่เข้ามารับฟังปัญหาสองด้านทั้งจากผู้ประกอบการและจากหน่วยงานของภาครัฐ ซึ่งเมื่อหน่วยงานดังกล่าวจะตั้งขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรมแล้วจะทำให้อุตสาหกรรมไทย แก้ปัญหาเรื่องที่ผ่านมาได้ดี  เช่น สัญญาการก่อสร้างที่ไม่เป็นธรรม  รวมไปถึงปัญหาราคากลางรับเหมาก่อสร้างที่ไม่สะท้อนต้นทุนการก่อสร้างจริง เป็นต้น” นายพลพัฒ กล่าว 

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ ได้ผลักดันในมีการจัดตั้งสถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทยผ่านไปยัง คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ประกอบด้วย นายครรชิต ทรรศนะวิเทศ ที่ปรึกษารัฐมนตรี   นายศุภชัย พงศ์ภาคเธียร ที่ปรึกษารัฐมนตรี และนายสมเกียรติ  ภู่ธงชัยฤทธิ์   อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่    เพื่อผลักดันให้มีหน่วยงานกลางที่เข้ามาดูแลภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้าง ซึ่งก็เป็นไปตามคาดว่ารัฐบาลจะต้องเร่งผลักดันให้เกิดขึ้น เนื่องจากเป็นวางฐานคะแนนเสียงก่อนที่จะมีการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่  

นอกจากนี้ ครม. ยังมีมติเห็นชอบมาตรการทางการเงินเพื่อสนับสนุนการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมก่อสร้างในต่างประเทศ โดยมีวงเงินงบประมาณสนับสนุนจำนวน 1,000 ล้านบาท  มอบหมายให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.)  ประสานกับสำนักงบประมาณเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณ ในการดำเนินมาตรการดังกล่าวต่อไป  ภายใต้มาตรการรัฐบาลจะสนับสนุนค่าธรรมเนียมในอัตราไม่เกิน 2% ของมูลค่าค้ำประกันโครงการที่อุตสาหกรรมก่อสร้างได้รับ แต่ต้องไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อโครงการ เพื่อไม่ให้การสนับสนุนกระจุกตัวอยู่ที่โครงการใดโครงการหนึ่ง ขณะที่มาตรการนี้จะทำให้ธุรกิจก่อสร้างที่มีศักยภาพของไทยขยายตลาดไปต่างประเทศให้สามารถแข่งขันได้ทัดเทียมกับต่างประเทศ 

ทั้งนืปัจจุบันธุรกิจก่อสร้างไทยไม่สามารถขอให้ธนาคารในต่างประเทศออกหนังสือค้ำประกันได้โดยตรง แต่ต้องขอหนังสือค้ำประกันจากธนาคารไทยก่อน และให้ธนาคารในต่างประเทศค้ำประกันอีกทอดหนึ่ง ทำให้มีต้นทุนประกอบการเพิ่มขึ้น ซึ่งมาตรการลดค่าธรรมเนียมการออกหนังสือค้ำประกันในส่วนที่ธนาคารต่างประเทศเรียกเก็บ (Counter Guarantee) ซึ่งเป็นต้นทุนส่วนเพิ่มจะให้ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลงได้