• 21 กุมภาพันธ์ 2017 at 11:00
  • 437
  • 0
ชาวบ้านลุกฮือ! ต้านรื้อบ้านเก่าอัมพวา สร้างโรงแรมหรู
 
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก อัมพวาพาเพลิน Amphawa Paplearn
        ชาวอัมพวารวมพลังต้าน รื้อบ้าน-ห้องแถวไม้โบราณ 100 ปี บริเวณริมคลองอัมพวา หลัง นายชูชัย ชัยฤทธิเลิศ นักธุรกิจค้าเพชรชื่อดัง กว้านซื้อที่ดินเพื่อทำโรงแรม แล้วสั่งรื้อชุมชนเก่าดังกล่าว
        จากกรณี นายชูชัย ชัยฤทธิเลิศ อายุ 50 ปี นักธุรกิจค้าเพชรชื่อดังชาวกรุงเทพฯ ลงทุนก่อสร้างโครงการชูชัยบุรีศรีอัมพวา โรงแรมระดับ 5 ดาว มูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อเป็นที่พักนักท่องเที่ยวแห่งใหม่ริมคลองตลาดน้ำอัมพวา ถนนเลียบนที ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยกว้านซื้อที่ดินบริเวณดังกล่าวประมาณ 3 ไร่ ก่อนเตรียมไล่รื้อบ้าน และห้องแถวไม้ริมคลองอัมพวา 12 ห้อง อายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ให้หมดภายในวันที่ 31 สิงหาคม ตามที่เคยเสนอข่าวแล้วนั้น
        ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมา ชาวสมุทรสงคราม นักท่องเที่ยว นักอนุรักษ์ และผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติห้องแถวเรือนไม้ริมคลองอัมพวา ได้ชักชวนกันในโลกออนไลน์ ก่อนมารวมตัวกันบริเวณลานริมคลองวัดพระยาญาติ หรือวัดปากง่าม ซึ่งอยู่ตรงข้ามฝั่งคลองกับการก่อสร้างโครงการชูชัยบุรีศรีอัมพวา จากนั้นนำดอกกุหลาบมาวางบริเวณหน้าห้องแถวไม้โบราณ เพื่อร่วมไว้อาลัยให้กับบ้านที่ถูกไล่รื้อ โดยมีนักเรียน นิสิตนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ เช่น นักศึกษาสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วมกิจกรรมรำลึก เช่น วาดภาพระบายสี นอกจากนี้ ยังมี น.ส.อารียา สิริโสดา หรือ ป๊อป อดีตนางสาวไทยปี 2537 มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย
        โดยนายบุญเกิด อารัมพจน์ อายุ 56 ปี เจ้าของบ้านเรือนไม้ห้องแถวริมคลองอัมพวา 1 ใน 12 ห้อง ซึ่งกำลังเร่งเก็บสิ่งของเครื่องใช้ในบ้าน และย้ายไปอยู่ที่อื่น กล่าวว่า บ้านหลังนี้ครอบครัวตนเช่าที่ดินปลูกสร้างห้องแถวอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยพ่อแม่ ตนเกิดและเติบโตที่นี่ จึงมีความผูกพันมาก และคิดว่าอยากจะตายที่นี่ แต่น่าเสียดายที่ในช่วงบั้นปลายชีวิต ต้องถูกไล่ และรื้อบ้าน จนต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น
        ขณะที่ น.ส.อารียา สิริโสดา กล่าวว่า ตนรักในวิถีชีวิตริมน้ำอัมพวามานานแล้ว เพราะครอบครัวตนอาศัยอยู่บริเวณริมน้ำใน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงชอบวิถีความเป็นไทยแบบนี้ ซึ่งตนรู้สึกเสียใจกับเรื่องการรื้อถอนในครั้งนี้มาก พร้อมทั้งสงสัยว่า ทำไมจึงคิดว่านี่เป็นความศิวิไลซ์ ทั้งที่ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ก็เป็นตัวอย่างในเรื่องการทำลายธรรมชาติ และในครั้งนี้อัมพวาที่เคยสวยงาม ก็กำลังจะถูกทำลายเช่นเดียวกัน ตนรู้สึกเห็นใจคนอัมพวา เพราะสถานที่จะเปลี่ยนจิตใจคนเป็นธุรกิจมากขึ้น และมุ่งแต่แสวงหาผลกำไร
        ด้านนายชูชัย กล่าวว่า ก่อนจะก่อสร้างโรงแรมนี้ ตนได้ทำประชาพิจารณ์กับชาวบ้านที่มีสำมะโนครัวกว่า 100 ครอบครัว ซึ่งชาวบ้านมีความยินดีอย่างมากที่จะทำโครงการนี้ อีกทั้งพื้นที่ก่อสร้างก็ไม่ได้ไปเบียดเบียนใคร เพราะเป็นพื้นที่เปล่าที่ซื้อต่อมาอีกทอด และได้ออกแบบโครงการ โดยมีกฎหมายรับรองว่าสามารถสร้างได้ ทั้งนี้ ได้ลงทุนไปแล้วกว่า 500 ล้าน ดำเนินการไปประมาณร้อยละ 50
        นายชูชัย กล่าวต่อว่า การที่ตนทำโครงการนี้ เพราะอยากให้อะไรแก่สังคมบ้าง ที่ตนไม่สร้างโรงแรมเป็นบ้านไม้ เพราะกลัวว่าจะไปแย่งกลุ่มลูกค้ากับคนอื่น และโรงแรมตนจะเป็นโรงแรมสำหรับลูกค้าพรีเมี่ยม โดยเน้นลูกค้าชาวต่างชาติ ในส่วนของท่าน้ำตั้งใจให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้พายเรือมาขายของฟรี และใช้เป็น แหล่งท่องเที่ยว ซึ่งตอนนี้ก็มีผู้เข้ามาลงทะเบียนแล้วกว่า 100 ลำ
        ทั้งนี้ นายชูชัย ยังกล่าวอีกว่า สำหรับ กรณีที่วิพากษ์วิจารณ์ และคัดค้านการรื้อเรือนไม้ริมคลองนั้น ตนเชื่อว่า ไม่ใช่กลุ่มของชาวบ้านในพื้นที่แน่นอน เพราะตนได้พูดคุยกับชาวบ้านแล้ว ส่วนกลุ่มที่ออกมาต่อต้านนั้น ไม่ได้รู้สึกโกรธแต่อย่างใด เพราะคิดว่าคงเป็นกลุ่มที่รักอัมพวาเหมือนกัน